เร อง การออกแบบงานนาเสนอ และ เทคน คการจ ดการภาพน ง



Similar documents
การเช อมโยงภาพน ง ว ธ สร างการเช อมโยง

เร อง การสร างอ กษรศ ลป แผนผ งองค กร และแผนภ ม

User Manual Editor Tool Proposal V1.0

เอกสารประกอบการเร ยนรายว ชาเพ มเต ม

How To Use Powerpoint And Powerpoint 2.2 On A Computer Or Tablet

การจ ดและตกแต งข อความ

คร จ งหว ด ศร สล บ แผนกว ชาคอมพ วเตอร ธ รก จ

ท างานก บข อม ล การเล อนต าแหน ง

การจ ดการก บแฟ มข อม ล จ ดเก บเอกสาร (Save)

ล าด บเลข ระด บ 1 ล าด บเลข ระด บ 2 ห วเร อง 1 ห วเร อง2

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง

ค ม อการใช งานเว บไซต สาเร จร ป. FreeWebFree.com

เอกสารประกอบการเร ยน เร อง คอมพ วเตอร น าร

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ

ค ม อการใช งาน BLS iexcel

ค ม อการใช งานโปรแกรม

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป

เม อเข าระบบตามหน วยงานแล ว จะพบหน าจอ ระบบจ ดการเว บไซต

การใช งานโปรแกรม Microsoft Word ร น 2002 และ 2003

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ

เร อง ม มมองของงานนาเสนอ และ การจ ดการก บภาพน ง

ใบความร. เร อง การแทรกอ กษรศ ลป (WordArt) (Word Processing Software)

การใช งานโปรแกรม Microsoft Word ร น 2002 และ 2003

เป นเมน ท ใช ในการจ ดการภาพเอกกสาร โดยม รายละเอ ยดด งน

การใช งาน MS Power Point 2013

การจ ดการระบบต ดต อเราโดย Web Admin สามารถแบ งออกเป น 6 ห วข อ ด งน

บทท 3 ระบบการแจ งข าวสารประชาส มพ นธ อ เล กทรอน กส

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท

ค ม อ ระบบบร หารโปรแกรมงานทะเบ ยนและว ดผลการศ กษา ส าหร บผ ด แลระบบ

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

Pivot Table และ Pivot Chart... 1 ต วอย างท ข นตอนการสร าง Pivot Table และ Pivot Chart... 6 ต วอย างท

การตรวจสอบการต ดต งโปรแกรมสแกนเอกสารและการด ภาพสแกน ค ม อทางด านเทคน ค

ใบความร หน วยท 10 โปรแกรมประมวลผลค าก บการจ ดการแฟ มข อม ล

ปฏ บ ต การคร งท 6 การใช โปรแกรมส าน กงาน คร งท 4

ใบงานท 2 การจ ดการเอกสาร

การว เคราะห หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง 2)

การใช งาน Microsoft Word 2013

ก จกรรมท 2.1 ทบทวนการใช งานโปรแกรมระบบปฏ บ ต การ Windows 95 และการเร ยกใช งานโปรแกรมเอ กเซล

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author

ค ม อการใช งาน (ส าหร บผ จ ดก จกรรม) โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร อข ายผ ม ส วนได เส ยในการประกอบก จการพล งงาน

การพ มพ /แก ไขเอกสาร โหมดการพ มพ ภาษาไทย / ภาษาอ งกฤษ

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ

ค ม อการใช งาน การใช งานโปรแกรมท าเน ยบส วนราชการ CONTROL MENU INFORMATION PORT

๒) การบ นท กเอกสาร. ๑๘) การใช ค ย ล ด Ctrl + V, Ctrl + C, Ctrl + X ๒๐) ส งพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ ๑) การเป ดใช โปรแกรม

Microsoft PowerPoint. การเป ดโปรแกรม 1. คล กป ม Start 2. คล ก Programs 3. คล ก Microsoft Powerpoint

การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM

ใบความร ท 10 หน วยการเร ยนร สร างสรรค ตารางสวย รายว ชา คอมพ วเตอร 3 เร องการสร างฐานข อม ลเบ องต น เร อง การใช งานม มมองแผ นข อม ลตาราง

การสร างจดหมายเว ยนด วย Microsoft Word 2007

การใช งานระบบโปรแกรม

ค ม อการใช งานระบบงานสารบรรณ E-Office ส าน กงานสาธารณส ขจ งหว ดพ ษณ โลก

ว ตถ ประสงค : 1. เพ อให น ส ตสามารถใช งานโปรแกรมไมโครซอฟท PowerPoint 2007 ได ในระด บเบ องต น 2. สามารถใช เคร องม อและล กษณะพ เศษในการสร างนาเสนอได

ค ม อการใช งานโปรแกรม Flip Album Vista Pro 7.0

ระบบสารบรรณอ เล กทรอน กส

ค ม อการใช งาน ระบบรายงานผลการด าเน นงานค มครองผ บร โภคด านผล ตภ ณฑ ส ขภาพในส วนภ ม ภาค (แบบรายงาน คบส.)

ตารางว เคราะห เน อหาหน วยการสอน

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

How To Get A Free Ride From A Car To The Beach

นางสาวพ มพร ศะร จ นทร มกราคม 2557

5. หน าต างโปรแกรมและการจ ดการแฟ มงาน

เอกสารประกอบการสอน. รายว ชา การใช โปรแกรม Authorware 7 (ง 30203) นายร งโรจน เจนเจตว ทย

ค ม อการใชงาน SMS Corporate (

ใบความร. การเร มใช งาน Dreamweaver CS5


โปรแกรมบร หารจ ดการโรงพ มพ

การออกจากโปรแกรมฝ กพ มพ (Microsoft word)

ค ม อระบบรายงานผลการดาเน นงานรายเด อน ความร เบ องต นในการใช โปรแกรม

หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ

ใช Excel ต ดเกรด ง ายน ดเด ยว

ค ม อการต ดต งโปรแกรม

ค ม อการต ดต งโปรแกรม ระบบบร หารงานว จ ยแห งชาต แบบ Offline (NRPM Offline) ส าหร บเจ าหน าท หน วยงาน

การแปลค าพ ก ดจากลองจ จ ดละต จ ดท เป น องศา ล ปดา ฟ ล ปดา ให เป นทศน ยม

ค ม อการใช งาน ระบบจ ดส งรายช ออาจารย ผ สอนผ านเคร อข ายอ นเตอร เน ต

ค ม อ โปรแกรมระบบบร หารส นทร พย

การแก ไขข อม ลอ ตราใน ท าเน ยบก าล งพลอ เล กทรอน กส ปร บปร ง เม อ 12 ก.ย. 57

ว ธ การใช จากเว บไซต Gmail

บทท 1 ทาความร จ กเบ องต นก บ. โปรแกรม Microsoft PowerPoint 2007 เน อหา เข าส เน อหา. การเข าส โปรแกรม Microsoft PowerPoint 2007

ท มา สถาบ น กศน. ภาคกลาง

บทท 1 เร มต นการใช งาน

The Ultimate Goal for Students. Vista Pro. FlipAlbum. By : Dr.Kittkhan Patipan

สาหร บผ ด แลข อม ลบ คลากรของกรม

BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน

บทท หล กการแก ป ญหาด วยคอมพ วเตอร

การใช ระบบบ ญช ค มเคร องคอมพ วเตอร และอ ปกรณ

ค ม อการใช งาน สาหร บคร ผ สอน,คร ท ปร กษา

บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน

เอกสารประกอบการสอน. Microsoft PowerPoint ศภ.8 กสอ.

บทท 2 การเข าและออกจากตารางท างาน

การน าค าพ ก ด XY มาสร างข อม ล Point และ Polygon ด วยโปรแกรม ArcGIS 9.2

Transcription:

194 เร อง การออกแบบงานนาเสนอ และ เทคน คการจ ดการภาพน ง การออกแบบงานนาเสนอ การสร างงานนาเสนอท แตกต างก บงานของผ อ นน น จะทาให งานนาเสนอด เป นเอกล กษณ ของผ สร างเอง และเป นการเพ มความน าสนใจให ก บงานนาเสนอน นๆ ด งน นจ งควรออกแบบ งานนาเสนอให ด น าสนใจ ซ งการสร างงานนาเสนอท ม ร ปแบบเฉพาะของตนเองน น สามารถทา ได โดยใช คาส งต างๆท อย ในโปรแกรม Microsoft เพ อกาหนดรายละเอ ยดต างๆ ด งน กาหนดการวางแนวของภาพน ง โดยปกต แล ว ค าเร มต นของการวางแนวสไลด จะเป นแบบแนวนอน ซ งเป นร ปแบบการวาง แนวท น ยมใช ก นท วไป แต หากต องการให สไลด ม ล กษณะเป นแนวต งก สามารถทาได เช นก น ซ งม ว ธ การปฏ บ ต ด งน คล กท แท บ ออกแบบ คล กท คาส ง การวางแนวภาพน ง จากน นเล อนเมาส ลงมา คล กเล อกร ปแบบการวางแนวของสไลด ตามท ต องการ

195 การกาหนดหมายเลขเร มต นของภาพน ง ภาพน งท เร มสร างใหม โดยปกต น นจะเร มต นท ภาพน งหมายเลข 1 แต ในกรณ ท ภาพน งท สร างข นใหม น น ต องการสร างเพ อเป นช ดท ต อจากช ดอ น ๆ ก สามารถกาหนดหมายเลขภาพน ง เร มต นใหม ตามความต องการเพ อให หมายเลขภาพน งต อเน องก นได โดยม ข นตอนการปฏ บ ต ด งน คล กท แท บ ออกแบบ คล กท คาส ง ต งค าหน ากระดาษ เม อคล กคาส ง ต งค าหน ากระดาษแล ว จะปรากฏไดอะล อคบล อกการต งค าหน ากระดาษข นมา ด งน ใส ต วเลขท ต องการกาหนดให เป นภาพน งเร มต น การใช ช ดร ปแบบ ( Themes ) ของโปรแกรม PowerPoint 2007 ภายในโปรแกรม PowerPoint จะประกอบไปด วยช ดร ปแบบของสไลด ร ปแบบต างๆ ซ ง เม อเล อกใช ร ปแบบท โปรแกรมม ให แล ว จะเป นการเปล ยนล กษณะของสไลด และโคร งร าง ท งหมดเช น ล กษณะพ นหล ง ช ดส แบบอ กษร และล กษณะพ เศษของช ดร ปแบบในคร งเด ยว ซ ง จะทาให สไลด ม ร ปแบบท กลมกล นและสอดคล องก นท กๆสไลด ในงานนาเสนอ และการกาหนด ช ดร ปแบบน นจะม ผลก บร ปร าง และอ กษรศ ลป อ กด วย ซ งม รายละเอ ยดด งต อไปน

196 คล กท แท บ ออกแบบ เม อคล กแล ว จะปรากฏกล มคาส งของช ดร ปแบบข นมา ซ งจะประกอบด วยคาส งย อยๆ ด งน 1. การกาหนดพ นหล ง ในโปรแกรม PowerPoint จะม ล กษณะของพ นหล งให เล อกหลายร ปแบบ ซ งเม อเล อกแล ว สไลด ก จะเปล ยนพ นหล งไปตามแบบท เล อก และจะม บางล กษณะท สไลด หน าแรกและหน าถ ดไป จะม ล กษณะไม เหม อนก น แต จะม ร ปแบบ และส ท สอดคล องกลมกล นก น ทาให งานนาเสนอ ด เป นช ดเด ยวก น ซ งการเล อกพ นหล งให ก บสไลด ม ว ธ การด งน เล อกคล กท ล กษณะท ต องการ อาจคล กท ป มล กศร เพ อนด ล กษณะอ นๆท เหล อ ข อส งเกต เม อนาเมาส เล อนไปช ท ล กษณะพ นหล งต างๆ สไลด ก จะ เปล ยนพ นหล งไปตามล กษณะท เมาส ช อย และเม อต องการเล อกใช พ น หล งแบบใด จ งค อยใช เมาส คล กเล อกท พ นหล งน นๆ ซ งเม อเล อกล กษณะพ นหล งของโปรแกรมแล ว ก ย งสามารถเปล ยนค าส พ นของล กษณะท เล อกไว ได หร ออาจเปล ยนพ นหล งเป นร ปภาพต างๆได ตามต องการอ กด วย โดยม ว ธ ด งน

197 คล กท คาส ง ล กษณะพ นหล ง เล อนเมาส มาคล กท คาส ง จ ดร ปแบบพ นหล ง จากน นจะปรากฏไดอะล อคบล อกของการจ ดร ปแบบพ นหล งข นมา โดยร ปแบบของพ นหล ง จะม ต วเล อก 3 ร ปแบบค อ การใส ส ท บ, การใช ส ไล ระด บ และ การใช ร ปภาพหร อพ นผ วเป น พ นหล ง โดยแต ละร ปแบบม รายละเอ ยดด งน ส เต มแบบท บ ค อ การใช ส เพ ยงส เด ยวเป นพ นหล งของสไลด โดยม การกาหนดค าด งน คล กด านหน าคาส ง ส เต มแบบท บ คล กเล อกส ท ต องการ สามารถกาหนดค าความ โปร งใสของส ท เล อกได

198 ส เต มไล ระด บ ค อ การใช ส มากกว า 1 เป นพ นหล งของสไลด โดยม การไล ระด บของส ท ใช เป นพ นหล ง ซ งม การกาหนดค าด งน คล กด านหน าคาส ง ส เต มไล ระด บ เล อกส ไล ระด บท โปรแกรมม ให แล ว ปร บแต งค าท ศทางการไล ของส สามารถกาหนดส พ นท ไล ระด บท ใช และปร บแต งค าส เองได โดยกาหนดท ห วข อของ จ ดเปล ยนการไล ระด บส โดยการกาหนดค าส ท 1 ให คล กเล อกท ส วน ของส จากน นกาหนดส ท 2 โดยการคล กเล อกจ ดหย ด เป น จ ดหย ดท 2 แล ว จ งค อยกาหนดค าส ท 2 ใหม ท ส วนของส ซ งหากต องการเปล ยนส ท จ ดหย ดอ นๆ ก ให ทา เช นเด ยวก นไปเร อยๆ หร อในกรณ ท โปรแกรมกาหนดค าส ไล ระด บ หร อ จ ดหย ดของส มาให น อย เก นไป ก สามารถเพ มจานวนส ได โดยคล กท ป ม จ ดหย ดของส ก จะเพ มข น และ ในทางตรงก นข าม หากโปรแกรมให ส หร อจ ดหย ดมาเก นความต องการ ก สามารถลบจานวนส ท ใช ไล ระด บออกได โดยคล กท ป ม จ ดหย ดของส ก จะลดลงไป

199 การเต มร ปภาพหร อพ นผ ว ค อ การใช ร ปภาพ หร อ ล กษณะของพ นผ วท โปรแกรมม มาให เป นพ นหล งของสไลด โดยม การกาหนดค าด งน คล กด านหน าคาส ง การเต มร ปภาพหร อพ นผ ว เล อกพ นผ วท โปรแกรมม ให ในกรณ ท ไม ใช พ นผ ว ให คล กเล อกร ปภาพจากแหล งท ต องการ และเม อเล อกร ปภาพได แล ว สามารถกาหนดค าของร ปภาพได โดย คล กท แท บร ปภาพ ปร บแต งค าของร ปภาพในห วข อท ต องการ

200 และเม อปร บแต งค าของพ นหล งเสร จแล ว ให คล กเล อกท แท บเต มอ กคร งหน ง โดยท ด านล าง จะม ป มคาส งอย 3 ป มด วยก น ได แก ใช เม อต องการกล บไปค าเร มต นของพ นหล งใหม ใช เม อต งค าพ นหล งเสร จแล ว และค าพ นหล งท กาหนดไปน นจะม ผลก บ สไลด ป จจ บ นเพ ยงสไลด เด ยว ใช เม อต งค าพ นหล งเสร จแล ว และกาหนดค าพ นหล งน นให ม ผลก บท ก สไลด ในงานน าเสนอ 2. การกาหนดส ของช ดร ปแบบเอง โปรแกรมจะกาหนดช ดส ให ก บร ปแบบของพ นหล งต างๆเอาไว แล ว แต ในกรณ ท ไม ต องการช ดส ท โปรแกรมจ ดไว ให ในร ปแบบท เล อกไป ผ เร ยนก สามารถท จะกาหนดช ดส อ นๆ ให ก บร ปแบบท เล อกไว ได ตามความต องการอ กด วย ซ งม ข นตอนการปฏ บ ต ด งน คล กท คาส ง ส เพ อเป ดรายการของช ดส ข นมา คล กเล อกช ดส ท ต องการ ข อส งเกต เม อนาเมาส เล อนไปช ท ช ดส ต างๆ สไลด ก จะเปล ยนส ไป ตามช ดส ท เมาส ช อย และเม อต องการเล อกใช ช ดส ใด จ งค อยใช เมาส คล ก เล อกท ช ดส น นๆ

201 3. การกาหนดแบบอ กษรของช ดร ปแบบเอง แบบอ กษรของช ดร ปแบบจะประกอบด วย แบบอ กษรของห วเร อง และแบบอ กษรของ เน อความ ซ งช ดร ปแบบแต ละช ดก จะถ กกาหนดร ปแบบอ กษรเอาไว แล วเช นก น แต หากไม ต องการแบบอ กษรท โปรแกรมกาหนดไว ก สามารถกาหนดแบบอ กษรใหม ให ก บร ปแบบท เล อก ได ตามต องการ ซ งการเปล ยนแบบอ กษรของช ดร ปแบบม ด งน คล กท คาส ง แบบอ กษร คล กเมาส ค างไว แล วเล อน ข น - ลงเพ อด แบบอ กษรแบบอ นๆ คล กเล อกแบบอ กษรท ต องการ ข อส งเกต เม อนาเมาส เล อนไปช ท ช ดแบบอ กษรต างๆ สไลด ก จะ เปล ยนส ไปตามร ปแบบท เมาส ช อย และเม อต องการเล อกใช ช ดส ใด จ ง ค อยใช เมาส คล กเล อกท ช ดส น นๆ

202 4. การกาหนดช ดล กษณะพ เศษของช ดร ปแบบ ล กษณะพ เศษของช ดร ปแบบค อ ช ดของเส นและการเต มล กษณะพ เศษของร ปร าง ซ งแต ละ ช ดของล กษณะพ เศษก จะถ กกาหนดไว ในร ปแบบของพ นหล งแล วเช นก น ซ งหากไม ต องการช ด ของล กษณะพ เศษท โปรแกรมกาหนดเอาไว ก สามารถเปล ยนช ดล กษณะพ เศษเองได เช นก น ซ ง การเปล ยนล กษณะพ เศษของร ปแบบท เล อกไว ม ว ธ การปฏ บ ต ด งน คล กท คาส ง ล กษณะพ เศษ คล กเล อกช ดล กษณะพ เศษท ต องการ เทคน คการจ ดการภาพน ง เม อทาการออกแบบภาพน ง หร อสไลด ไปแล ว ถ ดมาจะเป นเทคน คการจ ดการภาพน งท ควรร และเป นประโยชน ต อการใช งานโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2007 ซ งจะทาให การจ ดทา ภาพน งง ายข น และม ความสะดวกย งข น และย งเป นการทาให ภาพน งม เอกล กษณ เฉพาะท ไม เหม อนใคร ซ งเทคน คต างๆน นม รายละเอ ยดด งน

203 การบ นท กช ดร ปแบบเอกสาร หากทาการออกแบบสไลด โดยการเปล ยนแปลงค าช ดส แบบอ กษร หร อล กษณะพ เศษต างๆ ของช ดร ปแบบไปเร ยบร อยแล ว ช ดร ปแบบท ทาการเปล ยนแปลงค าใหม น น สามารถบ นท กเป น ช ดร ปแบบเอกสารแบบกาหนดเอง ซ งจะสามารถนาไปใช ก บ ภาพน งอ นๆได ต อไป ทาให สะดวก ย งข น เพราะหากต องการใช ช ดร ปแบบท กาหนดใหม ก บงานช นอ นๆก ไม จาเป นท จะต องมา กาหนดค าต างๆใหม อ กคร งหน ง ซ งว ธ การบ นท กช ดร ปแบบน นม ข นตอนปฏต บ ต ด งน ทาการออกแบบสไลด ตามท ต องการ คล กท ป ม เพ มเต ม ค อป ม ด านหล งร ปแบบของพ นหล ง

204 คล กท คาส ง บ นท กช ดร ปแบบป จจ บ น ต งช อร ปแบบท สร างใหม ข นมา คล กป ม บ นท ก จากน นโปรแกรมจะทาการเก บค าช ดร ปแบบท ได สร างข นใหม ให ซ งสามารถด ได โดยคล ก ท ป ม เพ มเต ม ก จะปรากฏช ดร ปแบบท เราทาการบ นท ก อย ในคาส งช ดร ปแบบท งหมด ในส วนของกาหนดเอง ด งน

205 ส งเกตว าช ดร ปแบบท สร างข นมาใหม จะปรากฏอย ในส วนของ กาหนดเอง การทาต นแบบสไลด ไว ใช งาน ( Slide Master ) Slide Master ค อ ส วนหน งของต นแบบภาพน ง ( Template) โดยม หน าท เก บข อม ล มาตรฐานของโปรแกรม PowerPoint เช น ขนาดและแบบของต วอ กษร, ร ปแบบของห วข อย อย, ตาแหน งและกรอบของออบเจ กต ต างๆ รวมไปถ งพ นหล งและส บนสไลด ซ งหากทาการแก ไขข อม ลต างๆของ Slide Master แล ว ต นแบบภาพน งอ นๆก จะเปล ยน แปลงค ามาตรฐานตาม Slide Master ไปด วย และการเปล ยนแปลงน จะม ผลก บออบเจ กต ของ ท กๆสไลด ท เร ยกใช ต นแบบน นอย ทาให งานนาเสนออย ในร ปแบบเด ยวก น ซ งจะกาหนดค าท Slide Master ท เด ยว หร อหากต องการให ต นแบบภาพน งอ นๆม ค าท แตกต างก บ Slide Master ก สามารถกาหนดค าท ต นแบบภาพน งน นๆเองได เช นก น ซ งว ธ การกาหนดค าของสไลด Slide Master และต นแบบภาพน งอ นๆม ข นตอนด งน คล กท คาส ง ต นแบบภาพน ง คล กท แท บ ม มมอง

206 จากน นจะปรากฏม มมองของต นแบบภาพน งข นมา ซ งประกอบด วย Slide Master และ ภาพน งต นแบบอ นๆ ด งน Slide Master Slide ต นแบบอ นๆ 1. การปร บแต งค าต างๆใน Slide Master ม ว ธ การปฏ บ ต ด งน คล กเล อกท Slide Master จะปรากฏหน าของ Slide Master ข นมา

207 ใช เมาส ลากคล มส วนท ต องการกาหนดค าใหม ใน Slide Master คล กแท บ หน าแรก แล วทาการเปล ยนแบบอ กษร ขนาด และส ต วอ กษร ใน Slide Master

208 ส งเกตว าในส วนของช อเร องต นแบบ ของท กๆสไลด จะเปล ยนแปลงไปตาม Slide Master นอกจากจะเปล ยนล กษณะของต วอ กษรแล ว อาจเปล ยนส พ นหล งของ Slide Master เพ มอ ก ด วยก ได ซ งเม อทาการเปล ยนส พ นให ก บ Slide Master แล ว ส พ นหล งของภาพน งต นแบบอ นๆก จะเปล ยนส ตามเช นก น ด งน คล กท คาส ง ล กษณะพ นหล ง และทาการคล กเล อกล กษณะพ นหล งท ต องการ

209 ส งเกตว าพ นหล งของภาพน งต นแบบอ นๆ จะเปล ยนไปตาม Slide Master 2. การปร บแต งค าในภาพน งต นแบบอ นๆ ม ว ธ การปฏ บ ต ด งน ในกรณ ท ต องการให ต นแบบภาพน งแบบอ นๆ ม ล กษณะต วอ กษร หร อส พ นหล งแตกต างก บ Slide Master ก สามารถกาหนดค าของภาพน งต นแบบน นได เอง ด งน คล กเล อกท ภาพน งต นแบบอ นๆ

210 จากน นทาการเปล ยนแปลงค าต างๆตามต องการ ยกต วอย างเช น ทาการเปล ยนส พ นหล งของ ภาพน งต นแบบน ใหม ไม ให เหม อนก บ Slide Master ด งน คล กคาส ง ล กษณะพ นหล ง แล วเล อนเมาส มาคล กท จ ดร ปแบบพ นหล ง จะปรากฏไดอะล อคบล อกของการจ ดร ปแบบพ นหล งข นมาให ด งน ทาการกาหนดค าร ปแบบพ นหล งตามต องการ เม อกาหนดค าพ นหล งเสร จแล ว คล กท ป ม ป ด

211 ส งเกตว า ภาพน งต นแบบท 2 จะม ล กษณะท แตกต างไปจาก Slide Master และภาพน งต นแบบอ นๆ ซ งหากต องการให ภาพน งต นแบบอ นๆ ม ค าท แตกต างก นอ ก ก สามารถเปล ยนแปลงค าต างๆ ในภาพน งต นแบบอ นได ท กภาพท ต องการ ในต วอย างน จะทาการเปล ยนต นแบบภาพน ง 2 ภาพด งน ส งเกตว าต นแบบภาพน งท 2 และ 4 จะม ความแตกต างจากต นภาพน งแบบอ นๆ

212 เม อกาหนดค าของภาพน งต นแบบเร ยบร อยแล ว ให ป ดหน าต างของต นแบบภาพน งไป ด งน คล กท คาส ง ป ดม มมองต นแบบ เม อป ดม มมองต นแบบไปแล ว ก จะกล บมาย งหน าต างปกต ท ใช สร างภาพน งของโปรแกรม PowerPoint ซ งสามารถเร ยกใช ภาพน งต นแบบต างๆท เข าไปกาหนดค าก อนหน าน ได โดย คล กท คาส ง สร างภาพน ง คล กท ต นแบบท ได ทาการกาหนดค าใหม แล ว

213 จะได สไลด ตามร ปแบบของภาพน งต นแบบน นๆ การกาหนดห วกระดาษ และ ท ายกระดาษของภาพน ง ในกรณ ท ต องการให งานนาเสนอท สร างข นม ว นท, หมายเลขภาพน ง และข อความอ นๆ เช น ช อของผ จ ดทาภาพน ง หร อช อของบร ษ ท ปรากฏอย ในส วนห ว หร อ ส วนท ายของภาพน งน น สามารถเข าไปกาหนดได เหม อนก บโปรแกรม Microsoft Word เช นก น ซ งม ว ธ การปฏ บ ต ด งน คล กท แท บ แทรก คล กท คาส ง ห วกระดาษและท ายกระดาษ

214 เม อคล กแล วจะปรากฏไดอะล อคบล อคของห วกระดาษและท ายกระดาษข นมาให ซ งจะ ประกอบไปด วยคาส งต างๆ ซ งม รายละเอ ยดด งน 1. ว นท และเวลา ค อ การใส ว นท และเวลาลงในส วนท ายของสไลด โดยจะปรากฏอย ด านล างทางซ ายม อของสไลด และในห วข อว นท และเวลาจะแบ งเป น 2 ต วเล อก ค อ - ปร บปร งอ ตโนม ต ค อ จะแสดงว นท และเวลาจร งเม อเป ดสไลด ข นมา - คงท ค อ จะแสดงว นท ท ระบ อย ในช องว างด านล างคาว า คงท 2. หมายเลขภาพน ง ค อ จะปรากฏหมายเลขของภาพน งน นๆ ด านล างทางขวาของสไลด 3. ท ายกระดาษ ค อ เป นส วนท ให พ มพ ข อความอะไรก ได ตามต องการ เช น ช อของผ จ ดทา หร อ ช อบร ษ ท เป นต น ซ งจะปรากฏอย ท ด านล างตรงกลางของสไลด 4. ไม แสดงบนภาพน งช อเร อง ค อ เม อเล อกใช คาส งน ส วนต างๆของท ายกระดาษจะไม ปรากฏอย ท ภาพน งแรกของงานนาเสนอ ซ งตาแหน งของรายละเอ ยดต างๆน น ก จะข นอย ก บร ปแบบเค าโครงของภาพน งน นๆด วย โดยว ธ การเล อกใช คาส งต างๆ ในส วนของห วกระดาษ และ ท ายกระดาษ ม ว ธ การด งน คล กให ม เคร องหมายถ กด านหน าคาส งท ต องการ คล กเล อกร ปแบบการนาไปใช ซ งม 2 ร ปแบบค อ นาไปใช ก บท งหมด ค อ จะม ผลก บท กๆสไลด และ นาไปใช ค อ จะม ผลก บสไลด ท เล อกอย หร อหากไม ต องใส ท ายกระดาษแล วให คล กท ป ม ยกเล ก

215 ซ งเม อกาหนดค าในส วนของท ายกระดาษเสร จเร ยบร อยแล ว จะได ผลล พธ ด งน การแทรกเน อความลงในสไลด จากข อม ลไฟล ชน ดอ น ในกรณ ท ม เน อหา หร อข อม ลท ต องการจะนาเสนอ อย ในร ปแบบของไฟล เอกสารอ นๆ เช น เอกสาร Word หร อ Excel ก ย งสามารถนาข อม ลจากไฟล เหล าน นมาใส ลงในสไลด ได เช นก น โดยม ข นตอนการทาด งน จะได ค าท กาหนดไว ในส วนของท ายกระดาษ คล กท แท บ แทรก คล กท คาส ง ว ตถ ในกล มคาส งข อความ

216 จากน นจะปรากฏไดอะล อคบล อกการแทรกว ตถ ข นมาให เล อกส งท ต องแทรกลงในสไลด ด งน คล กท ช องด านหน าคาว า สร างจากแฟ ม คล กท ป ม เร ยกด เพ อเล อกไฟล ท ต องการ จากน นโปรแกรมจะให เล อกตาแหน งท เก บไฟล ข อม ลท จะทาการแทรกลงในสไลด ด งน เล อกตาแหน งท เก บของไฟล ข อม ลท ต องการแทรกลงสไลด คล กเล อกไฟล ข อม ลท ต องการ คล กท ป ม ตกลง จากน นจะกล บมาท หน าการแทรกว ตถ อ กคร ง และจะปรากฏตาแหน งของไฟล ข อม ลท เล อกไว ด งน

217 คล กท ป ม ตกลง เม อคล กท ป มตกลงแล ว โปรแกรมจะทาการแทรกข อม ลท อย ในไฟล ท เล อกลงในสไลด ให ด งน ข อม ลท อย ในไฟล อ นก จะเข ามาอย ในสไลด ในล กษณะของว ตถ หน งว ตถ ซ งหากต องการแก ไขข อความในว ตถ น น ก สามารถทาได โดยด บเบ ลคล กท ว ตถ น นๆ แล ว โปรแกรมก จะปรากฏเคอร เซอร ข นมา จากน นจ งค อยทาการแก ไขข อความในน น ด งน

218 ด บเบ ลคล กท ว ตถ จะปรากฏเคอร เซอร ข นมาให แก ไขข อความ และเม อแก ไขข อความต างๆเสร จเร ยบร อยแล ว ให นาเมาส มาคล กนอกกรอบว ตถ หน งคร ง ก จะกล บมาท หน าสไลด ปกต ของโปรแกรม PowerPoint ด งน